ทริปส่งท้ายปี 53 ผมเลือกที่จะออกกำลังสักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้เที่ยวแบบใช้แรงแบบนี้มาสักพักแล้ว
จุดหมายปลายทางของทริปนี้คือ ภูโค้ง ระยะทางพอให้ได้เหนื่อย ขึ้น-ลง รวม 8 กิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 945 เมตร
ย้อนกลับไปเมื่อ 29 ธันวาคม 2553
"พี่โต้ง เราจะไปภูทับเบิกวันที่ 1-2 ใช่ป่ะ" ผมเกริ่นนำ
"เออ ทำไมหล่ะ" พี่โต้งตอบพร้อมหันมามองหน้า
"งั้นวันที่ 31 ก็ว่างอ่ะดิ ไปขึ้นเขากันมะ" ผมเอ่ยปากชวน
"เออ ก็ได้ ไปภูโค้งละกัน" พี่โต้งตอบพร้อมเสนอสถานที่มาด้วย
"ดีๆ อยากขึ้นไปอยู่พอดี" ผมตอบรับ
10:50 น.
ปลายเท้าตอนนี้เหยียบอยู่ที่ตีนเขาพร้อมจะออกเดินทาง
"เอจะไหวป่าวนี้ ไม่ได้เดินแบบนี้มานานละ" ผมออกตัวตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดิน
"ส่วนข้าสบาย วิ่งวันนึง 4 กิโล เดินแค่นี้ไม่น่ายาก" พี่โต้งกล่าว
หลังจากออกเดินมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงบ่นมาจากข้างหลัง
"ทำไมมันเหนื่อยกว่าวิ่งวะ"
"ยังไง ไหนบอกสบาย" ผมแซว
"ก็ตอนวิ่งมันไม่เ้หนื่อยขนาดนี้นี่หว่า ครั้งที่แล้วมาขึ้นทางมันก็ไม่ลำบากขนาดนี้" พี่โต้งบ่น
ระหว่างทางก็เก็บภาพกันไปเรื่อยๆ มีทั้งดอกไม้ และก็เห็ด
"ถ่ายนานเลย ข้าไม่รีบ" เสียงตะโกนบอกของพี่โต้ง
"จะหาทางพักอ่ะดินี้" ผมกล่าว

ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แล้วก็มาเจอสิ่งนี้แปลกดี เหมือนจะเป็นใยแมงมุม แต่ตรงกลางเป็นหลุมลงไป
สงสัยจะหลอกให้แมลงตกลงไปตรงกลางแน่ๆเลย


เดินมาได้สักพักก็มาเจอกับรอยพระพุทธบาท ก็เลยหยุดถ่ายรูป และแวะกินข้าวด้วยเลย
อาหารที่เตรียมมามื้อนี้คือ ข้าวเหนียว กับ หมูทอด หลังจากท้องอิ่มเราก็ออกเดินทางกันต่อ
จุดหมายข้างหน้ายังอีกยาวไกล


13:40 น.
หลังจากก้าวย่างกันมาเกือบ 3 ชั่วโมง จุดหมายปลายทางก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว ยอดภูโค้ง
บนยอดภูโค้งจะมีเสาส่งสัญญาณของทหาร และมีทหารมาประจำการณ์อยู่ด้วย
เมื่อเดินทางมาถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคือไปทักทายเจ้าถิ่นเพื่อขอน้ำดื่มก่อน"โทดนะครับ มีใครอยู่มั้ยครับ" ผมตะโกนเข้าไปในรั่วที่ใส่กุญแจไว้
และก็มีพี่ทหารหนึ่งคนออกมาเจรจาด้วย
"พี่ครับรบกวนขอกรอกน้ำดื่มหน่อยได้มั้ยครับพอดีที่เตรียมมามันหมด"
"ได้ๆ เข้ามาเลย แล้วมาทำไรหล่ะ แล้วมากันกี่คน"
"มากัน 2 คนครับ ก็มาเดินเล่นหาถ่ายรูปไปเรื่อยๆอ่ะครับ เห็นมีคนบอกว่าสวยเลยขึ้นมาดู"
"อ๋อเหรอ แล้วกินไรมายังหล่ะ จะหาให้กิน"
"เรียบร้อยแล้วครับพอดีพกของกินมาด้วย แต่น้ำเอามาไม่พอครับ"
"นั้นไงเปิดกรอกได้เลยตรงเครื่องกรองน้ำหน่ะ" พี่ทหารกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เครื่องกรองน้ำ
"แล้วเอาขวดมากี่ขวดหล่ะ เอาขวดใหญ่นี้ไปอีกขวดก็ได้นะ" พร้อมกับเอาขวดเปล่าขนาด 1 ลิตรมาให้กรอกเพิ่ม
ตอนนั้นในใจผมคิด ผมเข้าใจนะว่าพี่มีน้ำใจเป็นห่วงผมกลัวน้ำจะไม่พออีก แต่ถ้าผมเอาน้ำไปอีก 1 ลิตร ก็เท่ากับผมเพิ่มน้ำหนักไปอีก 1 โลเลยนะนี้ แต่ทำไงได้เขาเสนอมา เราก็ต้องสนอง เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ
หลังจากกรอกน้ำเสร็จแล้วก็ต้องกล่าวลา และกล่าวคำขอบคุณพี่ทหาร(เสียดายไม่ได้ถามชื่อมา)
พร้อมลุยกันต่อ ที่สำคัญได้ไกด์ผู้เชี่ยวชาญมาด้วย คุณโชค หมาไทยใจกล้าหาญ พาเดินไปทั่ว ^^


15:45 น.
เสียงโทรศัพท์พี่โต้งดังขึ้นเสียงปลายสายบอกมาว่า
"เมื่อไหร่จะกลับนี้ กลับลงมาได้แล้ว"
จำใจต้องลาจากภูโค้ง ภาพถ่ายยังไงก็ไม่สวยเหมือนที่ตาเราเห็นจิงๆ
ปล.รับชมภาพเพิ่มเติมได้ที่
multiply

