วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูโค้ง

31 ธันวาคม 2553

ทริปส่งท้ายปี 53 ผมเลือกที่จะออกกำลังสักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้เที่ยวแบบใช้แรงแบบนี้มาสักพักแล้ว
จุดหมายปลายทางของทริปนี้คือ ภูโค้ง ระยะทางพอให้ได้เหนื่อย ขึ้น-ลง รวม 8 กิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 945 เมตร
ย้อนกลับไปเมื่อ 29 ธันวาคม 2553
"พี่โต้ง เราจะไปภูทับเบิกวันที่ 1-2 ใช่ป่ะ" ผมเกริ่นนำ
"เออ ทำไมหล่ะ" พี่โต้งตอบพร้อมหันมามองหน้า
"งั้นวันที่ 31 ก็ว่างอ่ะดิ ไปขึ้นเขากันมะ" ผมเอ่ยปากชวน
"เออ ก็ได้ ไปภูโค้งละกัน" พี่โต้งตอบพร้อมเสนอสถานที่มาด้วย
"ดีๆ อยากขึ้นไปอยู่พอดี" ผมตอบรับ

10:50 น.

ปลายเท้าตอนนี้เหยียบอยู่ที่ตีนเขาพร้อมจะออกเดินทาง
"เอจะไหวป่าวนี้ ไม่ได้เดินแบบนี้มานานละ" ผมออกตัวตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดิน
"ส่วนข้าสบาย วิ่งวันนึง 4 กิโล เดินแค่นี้ไม่น่ายาก" พี่โต้งกล่าว

หลังจากออกเดินมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงบ่นมาจากข้างหลัง
"ทำไมมันเหนื่อยกว่าวิ่งวะ"
"ยังไง ไหนบอกสบาย" ผมแซว
"ก็ตอนวิ่งมันไม่เ้หนื่อยขนาดนี้นี่หว่า ครั้งที่แล้วมาขึ้นทางมันก็ไม่ลำบากขนาดนี้" พี่โต้งบ่น

ระหว่างทางก็เก็บภาพกันไปเรื่อยๆ มีทั้งดอกไม้ และก็เห็ด

"ถ่ายนานเลย ข้าไม่รีบ" เสียงตะโกนบอกของพี่โต้ง
"จะหาทางพักอ่ะดินี้" ผมกล่าว



ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แล้วก็มาเจอสิ่งนี้แปลกดี เหมือนจะเป็นใยแมงมุม แต่ตรงกลางเป็นหลุมลงไป
สงสัยจะหลอกให้แมลงตกลงไปตรงกลางแน่ๆเลย








เดินมาได้สักพักก็มาเจอกับรอยพระพุทธบาท ก็เลยหยุดถ่ายรูป และแวะกินข้าวด้วยเลย
อาหารที่เตรียมมามื้อนี้คือ ข้าวเหนียว กับ หมูทอด หลังจากท้องอิ่มเราก็ออกเดินทางกันต่อ
จุดหมายข้างหน้ายังอีกยาวไกล






13:40 น.

หลังจากก้าวย่างกันมาเกือบ 3 ชั่วโมง จุดหมายปลายทางก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว ยอดภูโค้ง
บนยอดภูโค้งจะมีเสาส่งสัญญาณของทหาร และมีทหารมาประจำการณ์อยู่ด้วย


เมื่อเดินทางมาถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคือไปทักทายเจ้าถิ่นเพื่อขอน้ำดื่มก่อน
"โทดนะครับ มีใครอยู่มั้ยครับ" ผมตะโกนเข้าไปในรั่วที่ใส่กุญแจไว้
และก็มีพี่ทหารหนึ่งคนออกมาเจรจาด้วย
"พี่ครับรบกวนขอกรอกน้ำดื่มหน่อยได้มั้ยครับพอดีที่เตรียมมามันหมด"
"ได้ๆ เข้ามาเลย แล้วมาทำไรหล่ะ แล้วมากันกี่คน"
"มากัน 2 คนครับ ก็มาเดินเล่นหาถ่ายรูปไปเรื่อยๆอ่ะครับ เห็นมีคนบอกว่าสวยเลยขึ้นมาดู"
"อ๋อเหรอ แล้วกินไรมายังหล่ะ จะหาให้กิน"
"เรียบร้อยแล้วครับพอดีพกของกินมาด้วย แต่น้ำเอามาไม่พอครับ"
"นั้นไงเปิดกรอกได้เลยตรงเครื่องกรองน้ำหน่ะ" พี่ทหารกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เครื่องกรองน้ำ
"แล้วเอาขวดมากี่ขวดหล่ะ เอาขวดใหญ่นี้ไปอีกขวดก็ได้นะ" พร้อมกับเอาขวดเปล่าขนาด 1 ลิตรมาให้กรอกเพิ่ม
ตอนนั้นในใจผมคิด ผมเข้าใจนะว่าพี่มีน้ำใจเป็นห่วงผมกลัวน้ำจะไม่พออีก แต่ถ้าผมเอาน้ำไปอีก 1 ลิตร ก็เท่ากับผมเพิ่มน้ำหนักไปอีก 1 โลเลยนะนี้ แต่ทำไงได้เขาเสนอมา เราก็ต้องสนอง เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

หลังจากกรอกน้ำเสร็จแล้วก็ต้องกล่าวลา และกล่าวคำขอบคุณพี่ทหาร(เสียดายไม่ได้ถามชื่อมา)
พร้อมลุยกันต่อ ที่สำคัญได้ไกด์ผู้เชี่ยวชาญมาด้วย คุณโชค หมาไทยใจกล้าหาญ พาเดินไปทั่ว ^^




มุมมองจากจุดบนสุดของยอดภูโค้ง



เดินมากก็เหนื่อยหยุดพักกันหน่อยทั้งคนและหมา






15:45 น.

เสียงโทรศัพท์พี่โต้งดังขึ้นเสียงปลายสายบอกมาว่า
"เมื่อไหร่จะกลับนี้ กลับลงมาได้แล้ว"

จำใจต้องลาจากภูโค้ง ภาพถ่ายยังไงก็ไม่สวยเหมือนที่ตาเราเห็นจิงๆ

ปล.รับชมภาพเพิ่มเติมได้ที่
multiply
facebook

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไปดูทะเลที่เพชรบุรี

ทริปครั้งนี้เกิดจากการอยากเห็นทะเล หลังจากไม่ได้ไปมานานมากๆ
ครั้งล่าสุดที่ไปสำลักน้ำทะเลตั้ง 10 ปีมาแล้ว 55+
ตอนแรกก็ยังไม่รู้จะไปทะเลที่ไหนดี
พอดีนึกได้ว่ามีน้องอยู่เมืองเพชร
ก็เลยตัดสินใจไปเมืองเพชร เพื่อไปเยี่ยมเยือนน้อง และเล่นน้ำทะเลไปในคราเดียว

หยิบโทรศัพท์มาใช้ประโยชน์ซะหน่อย
ผมเกริ่นนำ "กำนันจ๊อบ อาทิตย์นี้ว่างหว่ะว่าจะไปเที่ยวเพชรซะหน่อย"
จ๊อบ "จริงดิ! พี่เอจะมาดิ แล้วมากี่วันอ่ะ จะมากันกี่คน"
ผม "น่าจะคนเดียวนะ ยังไงหาที่พัก กับวางโปรแกรมเที่ยวไว้ให้ด้วยนะ"
"ได้ ๆ ๆ เดียวจัดให้" จ๊อบตอบ

หลังจากนั้น 2 วัน ก็ได้คุยกับเพื่อนก้อง
"ไอ้ก้อง เสาร์-อาทิตย์นี้กูว่าจะไปเที่ยวเพชรไปด้วยกันป่ะ" ผมเอ่ยถาม
"ไปหาไอ้จ๊อบดิวะ"
"เออ ไปหาไอ้จ๊อบด้วยแล้วก็ไปเล่นน้ำด้วย"
"แล้วมึงจะไปยังไงวะ แล้วนอนยังไงที่ไหน"
"ก็คงนั่งรถตู้ไปลงที่เพชรแล้วหาเช่ารถอีกทีวะ ส่วนที่พักไปหาเอาดาบหน้า"
"มึงลองโทรชวนไอ้เอ็นดิให้มันเอารถไป ถ้ามันเอารถไปกูไปด้วย"
"เออ ๆ ๆ เดี๋ยวกูโทรถามมันให้"

"เอ็น 1-2 พค นี้ว่างเปล่าวะไปเที่ยวเพชรกัน"
"เสาร์อาทิตย์กูเรียนภาษาจีนวะ เดี๋ยวถ้าลาได้กูโทรบอกอีกที"
"ได้ ๆ" ผมตอบรับ

หลังจากนั้นไม่กี่วันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"OK ฉุ่นกูลาได้แล้วและมีรถแล้วด้วย แล้วจะเจอกันที่ไหนวะ"
"เจอกันที่เสารีได้ป่ะ"
"เจอสายใต้ดีกว่าวะ จะได้ออกทางนี้เลย"
"ได้ ๆ เจอกันวันเสาร์ 6 โมงเช้านะ"

"ไอ้ก้องได้รถแล้ววะมึงจะไปป่าวนี้"
"ไปดิ แล้วจะเจอกันที่ไหนมึงจะมาถึงกี่โมง"
"กูไปถึงประมาณตี 5 จะลงที่เมเจอร์ มึงก็มาหากูที่เมเจอร์แล้วขึ้นรถไปหาไอ้เอ็นที่สายใต้อีกที"
"ได้ ๆ ไว้เจอกันเพื่อน"

สรุปทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 3 คน
ผม ก้อง และ เอ็น

1 พฤษภาคม 2553

00:10น. รถสายชัยภูมิ-กรุงเทพฯออกเดินทาง ช้ากว่าเวลาปกติ 10 นาที
05:15น. "รังสิตค่ะ รังสิตค่ะ" เสียงเด็กรถปลุกผมให้ตื่น
ลงจากรถแล้วก็มานั่งรอที่จุดนัดพบหน้าเมเจอร์
05:30น. เพื่อนก้องก็ยังไม่มาแต่โทรมาบอกแล้วว่าจะมาช้าหน่อย
06:07น. เพื่อนก้องก็มาถึงซะทีเหตุผลที่มาสายช่างเข้ากับสถานะการณ์ตอนนี้เหลือเกิน
"กูติดม็อบเสื้อแดง"555+
จุดหมายต่อไปคือสายใต้ใหม่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเลยนั่งรถตู้ไปเสียไปคนละ 50 บาท

สามเกลอพร้อมหน้าเวลา 07:00น.
ออกเดินทางสู่เพชรบุรี

09:00น.ถึงจังหวัดเพชรบุรีอย่างแรกที่ต้องทำคือไปหาไกค์จ๊อบก่อน
นัดเจอกันที่หน้าร้านเค้กจิราพร อยู่ตรงที่รถตู้กรุงเทพฯ-เพชรบุรีจอดพอดี
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไกค์จ๊อบกับนัทจึงพาไปกินข้าวก่อน
ที่ร้านข้าวมันไก่ข้างๆวัดกำแพงแลง

หลังจากอิ่มท้องแล้วก็เริ่มออกทัวร์เมืองเพชรทันที
สถานที่แรกที่ไปก็คือ
วัดกำแพงแลง
ไปชมเทวสถานสมัยขอม


"แดดมันร้อนจังวะ" เสียงบ่นจากไอ้ก้อง
ถ่ายรูปพอประมาณแล้วไปที่อื่นต่อก่อนที่พวกมันจะละลาย

วัดใหญ่สุวรรณาราม
ร่องรอยขวานเห็นเขาบอกว่าเป็นรอยขวานของทหารพม่า


UNSEEN THAILAND พระพุทธรูปมี 11 นิ้ว

วัดมหาธาตุวรวิหาร
ฝีมือช่างปั้นเมืองเพชร สวยงามจริงๆ





พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน)
ก่อนเข้าก็เสียเงินซื้อตั๋วก่อน คนละ 20 บาท
พนักงานยื่นตั๋วให้พร้อมกับบอกว่า"ข้างในห้ามถ่ายรูปนะค่ะถ่ายได้แต่ข้างนอก"
พอเข้ามาภายในพระราชวังแล้วทำให้นึกถึงประโยคหนึ่งในเดี่ยว 8 ที่พึ่งดูมา
"Thailand Only"
เพราะว่ามีแต่คนเอากล้องออกมาถ่ายกันแบบไม่เกรงใจป้ายที่วางเอาไว้เป็นช่วงๆว่า [ห้ามถ่ายรูป]
ผมไม่รู้นะว่าที่ประเทศอื่นจะเป็นหรือเปล่า แต่สำหรับคนไทย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ต้องเปลี่ยนป้ายเตือนใหม่ว่า [กรุณาถ่ายรูปกลับไปด้วย]อาจจะไม่มีคนถ่ายก็ได้นะ


จุดหมายต่อไป เขาหลวง
พอเอารถมาจอดปุ๊บจะมีคนเอาตุ๊กตาไอ้เข้มาวางไว้ให้เขาบอกว่าลิงมันกลัว ไม่รูว่าจริงเปล่า
ตอนเดินขึ้นไประหว่างทางไอ้ก้องดันไปแหย่ลิงเกือบโดนลิงขย่ำคอ 55+ดุจริงๆลิงที่นี้
ที่นี้ถ้าไปได้ถูกเวลา แสงแดดจะส่องลงมาที่องค์พระพอดี ไปนั่งรอตั้งนานก็ไม่เห็นจะมีแววเลยอ่ะ


วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน)
เห็นบอกว่าเป็นพระนออนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยนะ
ไปดูแล้วก็ใหญ่จริงๆ
ศาลหลักเมือง



จุดหมายต่อไป
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง)





หลังจากลุยกันมาทั้งวันแล้วก็จำเป็นที่ต้องไปหาที่พักกันแล้ว
กะว่าจะไปนอนริมหาดเจ้าสำราญ แต่พอไปถึงปรากฎว่าห้องเต็มหมดหากี่ที่ก็ไม่ได้
จำใจต้องกลับเข้ามานอนในเมืองอย่างเซ็ง
ครั้งนี้เป็นบทเรียนเลยว่าจะไปไหนให้จองที่พักไว้ก่อน
2 พฤษภาคม 2553
05:00น. เสียงนาฬิกาปลุกดัง
ตื่นขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดเจ้าสำราญ
วันนี้ไม่ดีเลย พระอาทิตย์ขี้อายไม่ยอมออกมาจากเมฆลยอ่ะ
ว่าแต่สังเกตูรูปข้างล่างดีๆเห็นอะไรป่าว






ปิดท้ายด้วยรูปหลายชายผมละกัน



ปล.ขอโทษที่ชวนไปเที่ยวโดยไม่ได้ว่างแผนล่วงหน้า
ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://anoppol.multiply.com/photos/album/28/28

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

ขี่มอ'ไซค์ไปมอหินขาว

28-มีนาคม-2553
ครั้งนี้ขอท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการขี่มอ'ไซค์ไปเที่ยวดูบ้าง
จุดหมายปลายทางของทริปนี้คือ มอหินขาว
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองชัยภูมิประมาณ 40 กม.

4:30น. ตี๊ด ตี๊ด........เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ดังตรงเวลาเป๊ะ
เป็นการตื่นเช้ามากๆหลังจากไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มานานมากแล้ว

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง

4:50น. ล้อก็เริ่มหมุนมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง มอหินขาว

ช่วงแรกๆของการเดินทางก็ยังดีอยู่ยังมีแสงไฟข้างทางเป็นช่วงๆ
แต่พอออกไปช่วงนอกตัวเมืองเท่านั้นหล่ะ
สองข้างทางมันช่างมืดมิดซะเหลือเกิน รถก็ไม่ค่อยจะมีเลยนานๆจะมาซักคัน
ขี่ไปก็หลอนไป 55+

ระหว่างทางดันมาโดนหมาไล่กัดอีก บิดหนีเกือบไม่ทัน (ขาซ้ายเกือบหายแล้วมั้ยหล่ะ)

ขี่ไปเรื่อยๆ เป็นถนนลาดยางก็สบายอยู่ เห็นมีคนบอกว่ามีการปรับปรุงถนนใหม่
ไอ้เราก็คิดว่าจะลาดยางตลอดทางที่ไหนได้ยังขาดอีกตั้ง 5 กม.

พื้นถนนที่เป็นลูกรังทรมานตับไตซะเหลือเกิน
ไม่เป็นไรค่อยๆไปก็ได้

6:10น. ถึงจุดหมายปลายทางซะที
มอหินขาวตั้งตะง่านอยู่ตรงหน้า
จอดรถกะจะลงไปถ่ายรูปซะหน่อยมองไปเห็นกลุ่มคนประมาณ 30 กว่าคนได้
กำลังถ่ายรูปกันอยู่ (มากันกลุ่มใหญ่เชียว)
ก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปจุดบนสุดที่ผาหัวนาคก่อนก็ได้
ขึ้นมาถึงผาหัวนาคอากาศบนนี้เย็นสบายดีจริงๆ

หลังจากยืนรับอากาศที่บริสุทธิ์ซักพักก็ลงไปข้างล่างดีกว่า

ระหว่างทางก็เห็นต้นไม้พวกนี้มีร่องรอยการถูกไฟไหม้

รูปนี้เป็นบรรยากาศบริเวณ ลานหินต้นไทร
พระอาทิตย์กำลังจะออกมาให้เห็น
แต่วันนี้พระอาทิตย์คงจะอายเพราะออกมาให้เห็นเท่านี้เอง


ขี่รถลงมาอีกก็เป็นบริเวณ กลุ่มหินโขลงช้าง
เดินไปเจอป้ายนี้วางไว้อยู่



วันหลังจะหาโอกาสมาดูดาวซ้ำรอยป๋าเบิร์ดบ้าง

บรรยากาศกลุ่มหินโขลงช้าง

เสร็จแล้วก็ไปกันต่อที่จุดหมายหลักของครั้งนี้
มอหินขาว

อันนี้เหมือน หอเอนปิซา เลยอ่ะ

มอหินขาว Stone Henge Of Thailand
มาครั้งนี้เปลี่ยนไปมากเลยอ่ะ ปรับปรุงซะใหม่หมดเลย
มีชื่อหินแต่ละก้อนด้วย


ขุนศรีวิชัย
เชื่อว่าถ้าได้กราบไหว้จะได้รับพรในการเอาชนะมาสู่ตน

หลวงปู่ฤาษี
เชื่อว่าถ้าได้กราบไหว้จะได้รับพรด้านโชคลาภและความเจ็บป่วย

หลวงสมชาย
เชื่อว่าถ้าได้กราบไหว้จะได้รับพรด้านความมีสง่าราศี

หลวงจันทร์
เชื่อว่าถ้าได้กราบไหว้จะได้รับพรด้านความมีสง่าราศี






หมื่นสิงขร
เชื่อว่าถ้าได้กราบไหว้จะได้รับพรทางตำแหน่งความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ถ้าจะมาไหว้ก็แค่ยกมือไหว้ก็คงพอแล้วมั้งครับ คงไม่ต้องเอาธูปไปปักเอาดอกไม้ไปคล้องนะครับ
หลังจากเดินเล่นซักพักแดดเริ่มร้อนจึงตัดสินใจกลับบ้าน
กลับถึงบ้านแล้วรู้สึกทรมานตูดเหลือเกิน 55+
ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ http://anoppol.multiply.com/photos/album/27/27

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Valentine's Day วาเลนไทน์ วันแห่งความรัก (จริงเหรอ)

14 กุมภา วันแห่งความรักของใครหลายๆคน(ยกเว้นผม) T_T

แผนการแรกก็คือวันนี้พยายามนอนตื่นให้สายที่สุดเท่าที่จะทำได้จะได้หมดวันไปไวๆ แต่แค่ 10 โมงก็ตื่นซะแล้วไม่ประสบความสำเร็จกับแผนนี้

งั้นมาแผนการต่อไปละกันก็คือหมกตัวอยู่แต่ในบ้านทั้งวันไม่ออกไปไหน(จะได้ไม่เห็นภาพบาดตา)

"เอ ไปซื้อของที่โลตัสเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ" คำเชิญชวนจากพี่สาวที่ไม่อยากได้ยินเลยวันนี้

"เอไม่ไปไม่ได้เหรอพี่หนู"

"ไม่ได้ แกต้องไปช่วยชั้นถือของ ไปเร็วๆ"ก็เลยจำใจต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกที่แสนจะโหดร้ายสำหรับคนโสดอย่างผม T_T

เฮ้ออ...มองทางไหนก็มีแต่คนเดินเป็นคู่ทั้งนั้น บาดตาบาดใจเหลือเกิน
และมีแววว่าพี่สาวจะเดินอีกนานงั้นเพื่อให้อารมณ์มันเศร้าไปยิ่งกว่านี้ก็เลยงัดมือถือขึ้นมา
และเปิดเพลงฟังซะเลยอารมณ์นี้ก็ต้องเลือก Folder รวมเพลงคนโสด

ชื่อเพลง คนที่ไม่เข้าตา
ศิลปิน Calories Blah Blah

มองใครต่อใคร
ที่เดินจับมือเกี่ยวกัน
เห็นเค้าเหล่านั้น ก็นึกอิจฉาในใจ
ทำไมไม่เป็น ไม่มีอย่างเขา
คิดแล้วมันก็เศร้าใจ

มีเพียงความเหงา ให้เดินกอดคอเท่านั้น
ที่นั่งติดกันเวลาดูหนัง คือใคร
จะกิน จะเดิน จะนอน ก็เหงา
ไม่มีใครเคียงข้างกาย ไม่มีใครเลย

จะมีใคร ใครรัก คนหน้าตาอย่างฉัน
ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครๆ
จะมีใคร ใครไหม ที่จะมองแต่หัวใจ
จะมีไหมใคร เข้าใจรักกัน

จะมีกี่คนที่เค้าจะมองอย่างนั้น
จะมีสักวันบ้างไหม ที่ฝันเป็นจริง
จะมีกี่คนที่เขาจะรับ
ที่ฉันเป็นได้ทุกสิ่ง

มีเพียงความเหงา ให้เดินกอดคอเท่านั้น
ที่นั่งติดกันเวลาดูหนัง คือใคร
จะกิน จะเดิน จะนอน ก็เหงา
ไม่มีใครเคียงข้างกาย ไม่มีใครเลย

จะมีใคร ใครรัก คนหน้าตาอย่างฉัน
ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครๆ
จะมีใคร ใครไหม ที่จะมองแต่หัวใจ
จะมีไหมใคร เข้าใจรักกัน

มองเห็นความสำคัญ
จับมือกอดฉัน ด้วยความเต็มใจ
จะยอมให้ทุกทุกสิ่ง ที่ตัวฉันมี
จะไม่ทำให้เค้าผิดหวังเลยสักครั้ง

จะมีใคร ใครรัก คนหน้าตาอย่างฉัน
ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครๆ
จะมีใคร ใครไหม ที่จะมองแต่หัวใจ
จะมีไหมใคร เข้าใจรักกัน

จะมีใคร ใครรัก คนหน้าตาอย่างฉัน
ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครๆ
จะมีใคร ใครไหม ที่จะมองแต่หัวใจ
จะมีไหมใคร เข้าใจรักกัน

เพลงนี้โดนมากๆเลยเนื้อหาเพลงตรงกับตัวเองมากๆ

เพลง Someone
ศิลปิน บี้

จะดูรอบหนัง จะตีหน้าสดใส
ก็ช่วยไม่ได้ไม่ได้ให้มันหยุดเหงา
จะเติมสีสัน ยังไงก็ยังงั้น
ทุกวินาทีก็มองก็เห็นแค่เงา

ดูเขาเดินจับมือกัน ผ่านไปทีละคู่
ดูแล้วรู้สึกเดียวดาย ทำเป็นยิ้มเดินสวนไป
ดูฉันสิไม่ดีเลย ไม่มีคนมาสนใจ
เงียบจนได้ยิน เสียงใจตัวเองร่ำร้อง

อยากมี...
Someone Someone กุมมือฉันเวลาไปไหน
Someone Someone สักคนให้ฉันจับมือไว้
ให้ทุกก้าวที่เดินไม่สับสน ให้ถนนที่ดูกว้างไกล
แคบลงมาแคบลงมากกว่านี้...
อยากมี...
Someone Someone กุมมือฉันไม่ว่าอยู่ไหน
Someone Someone สักคนให้ฉันอบอุ่นใจ
ให้อะไรเดิมเดิมเปลี่ยนแปลงไป ไม่ต้องเงียบงันอย่างนี้
I Love You Baby อยากพูดคำนี้จัง

เจอะใครดูดี บางทีก็เหลือบมอง
แล้วเห็นว่ามีคนจองก็เลยเข้าใจ
ไม่อยากอยู่คนเดียว เมื่อไหร่นะจะพบ
คนที่จะพออยากคบคนที่เฝ้าคอย

ดูเขาเดินจับมือกัน ผ่านไปทีละคู่
ดูแล้วรู้สึกเดียวดาย ทำเป็นยิ้มเดินสวนไป
ดูฉันสิไม่ดีเลย ไม่มีคนมาสนใจ
เงียบจนได้ยิน เสียงใจตัวเองร่ำร้อง

อยากมี...
Someone Someone กุมมือฉันเวลาไปไหน
Someone Someone สักคนให้ฉันจับมือไว้
ให้ทุกก้าวที่เดินไม่สับสน ให้ถนนที่ดูกว้างไกล
แคบลงมาแคบลงมากกว่านี้...
อยากมี Someone Someone กุมมือฉันไม่ว่าอยู่ไหน
Someone Someone สักคนให้ฉันอบอุ่นใจ
ให้อะไรเดิมเดิมเปลี่ยนแปลงไป ไม่ต้องเงียบงันอย่างนี้
I Love You Baby อยากพูดคำนี้จัง

อยากมี...
Someone Someone กุมมือฉันเวลาไปไหน
Someone Someone สักคนให้ฉันอบอุ่นใจ
ให้อะไรเดิมเดิมเปลี่ยนแปลงไป ไม่ต้องเงียบงันอย่างนี้...

I Love You Baby

อยากพูดคำนี้จัง

เพลง หนึ่งความเหงาบนดาวเคราะห์
ศิลปิน เบล สุพล

คืนนี้เป็นอีกคืน เหตุการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
จมอยู่กับความเหงา ที่ใจไม่เคยเชื้อเชิญ
ในห้องนอนห้องเดิม รอบกายก็มีเท่าเดิม
เจอแต่สิ่งเดิมๆ อยู่เป็นเพื่อนกัน

อยู่ที่ไหนคนที่ฉันรอพบเจอ
ก็ยังคงอยากเจอ คนที่ฟ้าส่งมาคู่กัน

จะมีไหม เพียงแค่ใครสักคนที่อยู่บนดาวเคราะห์นี้
มีไหมใครสักคน มาแบ่งความเหงาฉันไป
คนที่คอยจับมือ ที่ให้ไหล่แอบอิงเมื่อยามเหนื่อยใจ
จะมีสักคนบ้างไหม บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

คนที่ใจเฝ้าคอย ก็ดูเหมือนจะเลื่อนลอย
คอยอย่างมีความหวัง ท่ามกลางหนทางยาวไกล
ตามหามาครึ่งทาง ก็ยอมรับเคยถอดใจ
กลัวว่าใครอีกคนจะท้อเหมือนกัน

อยู่ที่ไหนคนที่ฉันรอพบเจอ
ก็ยังคงอยากเจอ คนที่ฟ้าส่งมาคู่กัน

จะมีไหม เพียงแค่ใครสักคนที่อยู่บนดาวเคราะห์นี้
มีไหมใครสักคน มาแบ่งความเหงาฉันไป
คนที่คอยจับมือ ที่ให้ไหล่แอบอิงเมื่อยามเหนื่อยใจ
จะมีสักคนบ้างไหม บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

คนเป็นแสนล้าน เขาต่างก็ได้พบกัน
คนเหล่านั้นฟ้าคงกำหนดไว้
คนส่วนน้อยที่ฟ้าสร้างมาไม่ให้พบใคร
ฉันหวังในใจ ไม่ใช่คนส่วนนั้น

เพียงแค่ใครสักคนที่อยู่บนดาวเคราะห์นี้
มีไหมใครสักคน มาแบ่งความเหงาฉันไป
คนที่คอยจับมือ ที่ให้ไหล่แอบอิงเมื่อยามเหนื่อยใจ
จะมีสักคนบ้างไหม บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

เพลง เหงา
ศิลปิน Peacemaker

เคยรู้สึกไหม เวลาไม่มีใครแล้ว จะมองไปทางไหน ไม่มีใครให้พูดจา

ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมานลึกลงข้างในใจ
โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

มันจะอีกนานไหม เวลาคงไม่หยุดแล้ว เวลาจะพาคนไหน ให้ผ่านให้พ้นเข้ามา

ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมานลึกลงข้างในใจ
โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมานลึกลงข้างในใจ
โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

เพลง Soul Mate
ศิลปิน Playground

คนๆ หนึ่ง กับใจซึ้งๆ ที่ยังเฝ้าคอย...จะได้พบใครในสักวัน
เดินคนเดียวอยู่ไปวันๆ มานานเหลือเกิน...มันเหงาเสียจนเริ่มท้อใจ

รอใครสักคนที่จะเข้ามา เปลี่ยนชีวิตที่มันจำเจให้ได้รู้ว่า
คนๆ นั้นยังมีอยู่จริง สิ่งที่ฉันรอมาแสนนาน...คนที่ฟ้าส่งมาให้ฉัน

แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใดบนโลกนี้ที่มันช่างกว้างใหญ่
และฉันยังคงต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะพบคนนั้นที่รออยู่ คู่แท้ที่จะเข้ามาเปลี่ยน...
ชีวิตคนธรรมดาคนนี้ให้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป

วาเลนไทน์ ก็ยังเดียวดาย ผ่านไปเหมือนเคยยังไม่มีใครสักคนที่ข้างกาย
มองใครๆ เดินจูงมือกัน แต่ฉันไม่มี ยังนั่งเหงาๆ เพียงลำพัง

รอใครสักคนที่จะเข้ามา เปลี่ยนชีวิตที่มันจำเจให้ได้รู้ว่า
คนๆ นั้นยังมีอยู่จริง สิ่งที่ฉันรอมาแสนนาน...คนที่ฟ้าส่งมาให้ฉัน

แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใดบนโลกนี้ที่มันช่างกว้างใหญ่
และฉันยังคงต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะพบคนนั้นที่รออยู่ คู่แท้ที่จะเข้ามาเปลี่ยน...
ชีวิตคนธรรมดาคนนี้ให้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป

แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใดบนโลกนี้ที่มันช่างกว้างใหญ่
และฉันยังคงต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะพบคนนั้นที่รออยู่ คู่แท้ที่จะเข้ามาเปลี่ยน...
ชีวิตคนธรรมดาคนนี้ให้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป

แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใดบนโลกนี้ที่มันช่างกว้างใหญ่
และฉันยังคงต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะพบคนนั้นที่รออยู่ คู่แท้ที่จะเข้ามาเปลี่ยน...
ชีวิตคนธรรมดาคนนี้ให้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป

...อีกต่อไป

แค่เพียงใครสักคนที่อยู่ด้วยกันแล้วทำให้โลกนี้สดใส... เธออยู่ไหน
แค่เพียงใครสักคนที่ทำให้ฉันนั้นไม่ต้องเหงาตลอดไป

เพลง ที่รักของใครสักคน
ศิลปิน เต้ วิทย์สรัช

คำว่ารักในโลกใบนี้มีน้อยไปไหม
ความรักวันนี้มันหายไปไหน
ถ้าหากว่ามีใครรู้ช่วยบอกที
คนที่เขามีรักเขาพบความรักที่ไหน

ถ้าฉันไปแล้วจะพบบ้างไหม
ไม่อยากจะนอนเปลี่ยวเหงาไปอย่างนี้
ดึกแล้วคนมีรักเขาคงคิดถึงกัน
แต่คนไม่มีรักไม่ได้คิดถึงใครสักวัน

อยากจะมีความรักเหมือนดังใครๆ
อยากจะเป็นคนรักของใครสักคน
คนที่ฉันรอเธออยู่แห่งหนใด
จะมีใครบ้างไหมที่ใจตรงกัน
และบังเอิญที่ฉันจะไปตรงใจ
ก่อนนอนทุกคืน
ได้แต่อธิษฐานให้เราได้พบกัน

คนที่ยิ้มให้ฉันเมื่อเช้าจะใช่เธอไหม
ความรักจะหันมาพบกันไหม
เมื่อไหร่จะไม่ต้องเหงาไปอย่างนี้
ดึกแล้วคนมีรักเขาคงฝันถึงกัน
แต่คนไม่มีรักไม่เคยฝันถึงใครสักวัน

อยากจะมีความรักเหมือนดังใครๆ
อยากจะเป็นคนรักของใครสักคน
คนที่ฉันรอเธออยู่แห่งหนใด
จะมีใครบ้างไหมที่ใจตรงกัน
และบังเอิญที่ฉันจะไปตรงใจ
ก่อนนอนทุกคืน
ได้แต่อธิษฐานให้เราได้พบกัน

อยากจะมีความรักเหมือนดังใครๆ
อยากจะเป็นคนรักของใครสักคน
คนที่ฉันรอเธออยู่แห่งหนใด
จะมีใครบ้างไหมที่ใจตรงกัน
และบังเอิญที่ฉันจะไปตรงใจ
ก่อนนอนทุกคืน
ได้แต่อธิษฐานให้เราได้พบกัน

เพลง วงกลม
ศิลปิน บัวชมพู ฟอร์ด

เป็นวงกลมวงหนึ่งที่มันไม่เต็มวง
เป็นวงกลมที่มันกระท่อนกระแท่นไป
เสี้ยวหนึ่งของมันหล่นหาย
พาตัวเองวนมาไม่มีทิศทาง
ตามเศษเดิมที่ขาดไป
เพิ่มเติมให้เต็มเหมือนเดิม

เหมือนกับใจของฉัน
มีแต่คืนและวันที่ว่างเปล่า
ตั้งแต่เธอจากฉันไป

เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหน
เพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ
มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน
ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง

เป็นวงกลมวงเดิมที่เริ่มเดินช้าลง
เป็นวงกลมซวนเซเหมือนใกล้จะสิ้นแรง
ฟื้นทนต่อไปไม่ไหว
เพียงเดียวดายในใจก็ยังพรํ่าเพ้ออยู่
คิดถึงเสี้ยวที่ขาดหาย
ถอนใจล้มลงลำพัง

เหมือนกับใจของฉัน
มีแต่คืนและวันที่ว่างเปล่า
ตั้งแต่เธอจากฉันไป

เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหน
เพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ
มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน
ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง

เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหน
เพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ
มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน
ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง

ในวันนึงฉันก็พบว่าฉันล้มลงลำพัง

เพลง คนไม่เคยถูกรัก
ศิลปิน ฟลุค The STAR 5

ตื่นขึ้นมาทุกเช้า พร้อมความรู้สึกที่คุ้น
อยากอบอุ่นเหมือนใคร ทำไมนะมันยากจัง
กอดตัวเองเหงาๆ ไม่มีใครกอดซักครั้ง
คนที่ผ่านเข้ามา ไม่เคยเอื้อมแตะหัวใจ

แอบมองคนไหน เขามีใครห่วง
ใจทั้งดวงมันร้อง จะมีหรือเปล่า

คนๆ นี้ไม่เคยถูกรัก ไม่เคยซักที
แค่อยากถูกรักให้ใจดวงนี้ ไม่อ้างว้างเดียวดาย
ใครพอจะมีไหมรักดีๆ หยิบยื่นให้ทีได้ไหม
ขอแค่พอหล่อเลี้ยงหัวใจนิดหนึ่ง

ไม่อยากหลับทุกครั้ง ไม่มีคนให้ฝันถึง
หากมีใครซักคนนึงแคร์ ฉันคงฝันดี

แอบมองคนไหน เขามีใครห่วง
ใจทั้งดวงมันร้อง จะมีหรือเปล่า

คนๆ นี้ไม่เคยถูกรัก ไม่เคยซักที
แค่อยากถูกรักให้ใจดวงนี้ ไม่อ้างว้างเดียวดาย
ใครพอจะมีไหมรักดีๆ หยิบยื่นให้ทีได้ไหม
ขอแค่พอหล่อเลี้ยงหัวใจนิดหนึ่ง

หล่อเลี้ยงหัวใจนิดหนึ่ง

"ไปจ่ายเงินไป เสร็จแล้ว"เสียงพี่สาวเรียก ปลุกผมจากความเศร้า










วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดูค้างคาวที่ภูผาม่าน

เหตุเกิดจากการได้ไปทำงานแถวนั้น
แล้วเห็นป้ายบอกทางว่า 'ถ้ำค้างคาวภูผาม่าน 10 กม.'
เลยหันไปมองหน้าพี่ที่มาด้วยกันแล้วบอกว่า
"พี่สีพาผมไปดูค้างคาวหน่อยดิ 10 โลเอง"

"ไอ้นี้งานยังไม่ได้ทำเลยจะไปเที่ยวละ" แป่ว!โดนด่าเลย

ตีหน้าเศร้าแล้วร้องขออีกรอบ "นะพี่สีไหนๆก็มาแล้วแค่ 10 โลเองนะ"

ทำหน้าเหมือนรำคาญ "เออ เออ ถ้างานเสร็จเร็วจะพาไป"

พอไปถึงบ้านลูกค้าเลยต้องรีบเร่งทำงานอย่างขมักเขม้นแข่งกับเวลา
เพราะลูกค้าบอกว่าค้างคาวจะออกเวลาประมาณ 6 โมงกว่า
ก้มดูนาฬิกา "เห้ย! 5 โมงกว่าแล้ว"

และแล้วก็เสร็จเกือบหกโมง
"ไปพี่รีบไปมันใกล้ออกแล้ว"
กว่าจะไปถึงก็ 6 โมงกว่าพอดี



กล้องก็ไม่ได้เอามาใช้มือถือถ่ายแก้ขัดละกัน



ตอนไปถึงก็มีคนมาพอสมควร









ปากถ้ำที่เป็นทางออกของค้างคาว
เยอะจริงๆ ต้องถ่ายรูปซะหน่อย
แป่ว!กะจะถ่ายค้างคาวดันเห็นแต่ท้องฟ้า 55+




ที่จริงมันต้องเห็นค้างคาวด้วยนะในรูปอ่ะ
เยอะมากๆคาดว่าจะเป็น ล้าน ตัว




นั่งดูตั้งนานก็ไม่มีวี่แววว่าจะหมดซะที
ค้างคาวมันออกมาเรื่อยๆเลยอ่ะ
จำเป็นต้องกลับบ้านละมันจะมืดเกินไป
เดินทางกลับบ้านอีก 2 ชั่วโมง





วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ขอลองเขียนดูบ้างนะ

เป็นครั้งแรกที่จะเริ่มเขียน Blog เกี่ยวกับการเดินทาง
เพราะนับจากนี้จะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวแล้ว
เพราะคิดแล้วว่าชีวิตนี้มันสั้น
อยากทำอ่ะไรก็ต้องรีบทำ55+